รีวิว LIFE of PI | ชีวิตอัศจรรย์ (กลางทะเล) ของพาย

Life of Pi

Life of Pi นั้น ไม่ได้เพียงเล่า เรื่องราว การพยายามมีชีวิตรอด ของเด็กหนุ่ม กับเสือ เพียงเท่านั้น มันยังพูดถึง เรื่องราวของชีวิต และความเชื่อ ด้วยภาพที่วิจิตรตระการตา อีกทั้งยังตบท้าย ด้วยการนำเสนอ ประเด็นที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา แต่มีความหมาย ที่ลึกซึ้ง และนุ่มนวล ที่สะท้อน ในเรื่องของความเชื่อ ทางด้านศาสนา และพระเจ้า

ตั้งแต่แรก เราได้เห็นภาพของพาย หรือพิสชิน เด็กหนุ่มอินเดีย ที่มีเรื่องราวมากมาย ในชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นชื่อของเขา ครอบครัว และจุดเปลี่ยนสำคัญ ในชีวิต พายเป็นคนที่เชื่อในศาสนา แม้ผู้เป็นพ่อ จะบอกเล่าอยู่เสมอ ในแง่คิดที่ตรงกันข้าม แต่พายเอง ก็นับถือถึง สามศาสนา กระนั้นเขาก็ศรัทธา อย่างมีคำถาม และใฝ่รู้ แม้การกระทำนี้ จะเป็นเหมือนข้อครหา ว่าที่จริงแล้ว เขาไม่ได้เชื่ออะไรซักอย่างเดียว ก็ตาม

ต่อมา พาย ก็ได้รับการทดสอบ ครั้งใหญ่ ในชีวิต เรือโดยสาร ที่เขาเดินทาง กับครอบครัว เพื่อย้ายถิ่นฐาน จากอินเดีย ไปที่อื่น ได้อับปางลง เขาเป็นมนุษย์คนเดียว ที่มีชีวิตรอด ในเรือช่วยชีวิต ไม่นับสัตว์อื่น ๆ ที่รอดชีวิตมาด้วยส่วนหนึ่ง ก่อนตัวสุดท้าย ที่จะอยู่เหลือรอด กับเขา ก็คือ เสือเบงกอล ที่มีชื่อว่า ริชาร์ด พาร์กเกอร์

ริชาร์ด พาร์กเกอร์ เป็น เสือเบงกอล ในสวนสัตว์ ที่ครอบครัวของพาย ดูแลอยู่ พายเคยอยากที่จะผูกมิตรกับมัน แต่ก็ได้รับคำสอนว่า สัตว์มีความนึกคิด ที่แตกต่างจากเรา ไม่อาจจะเชื่อใจมันได้ และเพราะริชาร์ด พาร์กเกอร์นั้นเองทำให้พาย ได้รู้จักด้านมืดของขีวิต และสัจธรรมโลก อย่างชัดเจน

Life of Pi ให้ความสำคัญ ในการเล่าเรื่อง ตั้งแต่แรกเริ่ม เรารู้จักชีวิตของพาย จากปากคำของเขาเอง ตั้งแต่ที่มาของชื่อ เรื่องราวต่าง ๆ แม้มันจะดูเหมือนยืดยาว จนไม่น่าสนใจ แต่มันก็เป็นการปูพื้น ในเรื่องราวของตัวละคร ที่หนักแน่น และชัดเจน และเมื่อถึงสุดท้าย เราก็ได้รู้ว่า เรื่องราวเหล่านั้น ไม่สามารถตัดทอน ไปได้เลย มันทำให้เราเข้าใจ ในเรื่องราว อย่างกระชับได้ ในช่วงที่สำคัญที่สุดของเรื่อง เหมือนกับว่า เรื่องราวมันย้อนเข้ามาในหัวของเรา ได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเนื้อเรื่อง เดินเข้ามาถึงช่วงการเอาตัวรอด กลางทะเล ก็ต้องเรียกได้ว่า มันปูเรื่องราว และนำเสนอได้อย่างสมจริง ทุกอย่างไม่ง่ายดาย การกระทำและ แนวความคิดของตัวละคร ต่างก็เป็นขั้นเป็นตอน

กล่าวได้ว่า ด้วยรายละเอียดที่สมจริง ทำให้เรื่องราวเดินไปได้ อย่างน่าสนใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะไม่ว่าใครก็คงจินตนาการไม่ออกหรอกว่า การที่จะอยู่ร่วมกับเสือ บนเรือ กลางมหาสมุทรนี่มันจะเป็นอย่างไรกัน

บททดสอบครั้งใหญ่ ที่พายนั้นต้องเผชิญ นอกจากการเอาตัวรอด แล้วยังมีเรื่องราวความศรัทธาของพระเจ้า และศาสนาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้เล่าอย่างโจมตี ใส่ความ เพียงแต่ไถ่ถามอย่างสงสัย เพื่อหวังจะได้รับคำตอบ แม้คำตอบที่ได้มานั้น จะไม่ได้มาให้เราได้เราเห็นชัด แต่ทุกคำตอบของคำถามค่อย ๆ เล่าผ่านเรื่องราวและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เราต้องเผชิญ ดูหนัง

ในช่วงท้ายของเรื่อง หนังได้เปิดเผยเนื้อหา ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อมุมมองของผู้ชม เหมือนกลายเป็นว่า เมื่อพายรอดชีวิตมาแล้ว เขาได้เล่าเรื่อง ให้ผู้ตรวจสอบชาวญี่ปุ่นฟัง

เมื่อวิเคราะห์พิจารณาดูดี ๆ แล้ว เรื่องเล่าของพายมันเป็นเรื่องที่ยากเกินจะเชื่อ เป็นเรื่องเล่า ที่เหมือนเป็นเรื่องแต่ง ที่ไม่น่าเชื่อถือ บุรุษอีกคนที่นั่งฟังเรื่องเล่าอยู่ เอ่ยปากถาม แล้วคุณทำอย่างไร พายตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเฉยว่า เขาเล่าเรื่องอีกเรื่องหนึ่งไป

อีกเรื่องหนึ่งนั้น สมจริงอย่างน่ากลัว เต็มไปด้วยความทนทุกข์ทรมาน และปวดร้าว แม้เขาจะทำเหมือนกับว่า เรื่องเล่าที่เล่าใหม่เป็นเรื่องแต่งที่ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบเชื่อ แต่น้ำตาที่ไหลออกมาจากตา มันก็เหมือนกับ เป็นสัญญานที่บอกว่าทุกอย่างนั้น เกิดขึ้นจริง

เมื่อเปรียบเรื่องราวทั้งสองที่เล่ามา บางอย่างก็กระจ่างชัดขึ้น เหล่าสัตว์ในเรื่องนั้น มีความหมาย แทนบุคคลต่าง ๆ รวมถึง เสือเบงกอลอย่างริชาร์ด ปาร์กเดอร์นั้น ก็สามารถแทนที่ได้ด้วยตัวของพายเอง

มนุษย์ทุกคนล้วนมี สัญชาติญานดิบเถื่อนอยู่ในตัว ความโหดร้าย และการพยายามเอาตัวรอด สิ่งที่พายต้องต่อสู้นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ธรรมชาติ และชะตากรรม แต่ยังรวมถึงตัวเขาอีกคน ที่ในที่นี้แทนที่ด้วยริชาร์ด พาร์กเกอร์ สัตว์ป่า ผู้ที่ทำให้เขารู้จักด้านมืดของชีวิต กล่าวกันว่า สัตว์ป่านั้นไม่เคยเป็นมิตรกับเรา

และจากที่เราเห็นในเรื่อง ก็เป็นความจริง แม้จนสุดท้ายแล้ว พาย กับ ริชาร์ด พาร์กเกอร์ ก็สามารถก้าวไปได้ แค่ผู้พึ่งพาอาศัยกันเพียงเท่านั้น เมื่อเรื่องราวจบลงแล้วริชาร์ด พาร์กเกอร์ก็เดินเข้าป่าไปโดยที่ไม่เหลียวหลังกลับ

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *